อภิธานศัพท์การสร้างแอปด้วย AI
- AI agent — AI agent คือระบบ AI ที่ทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายด้วยตัวเอง โดยวางแผนขั้นตอน ใช้เครื่องมือ เช่น เบราว์เซอร์ เทอร์มินัล หรือฐานข้อมูล ตรวจสอบผลลัพธ์ และทำต่อไปจนงานเสร็จ
- AI app builder — AI app builder คือเครื่องมือที่สร้างแอปที่ใช้งานได้จริงจากคำอธิบายที่คุณพิมพ์ มันเขียนโค้ด ตั้งค่าข้อมูล แสดงพรีวิวสดให้ดู และให้คุณเผยแพร่ผลลัพธ์ได้
- AI website builder — AI website builder คือเครื่องมือที่สร้างเว็บไซต์จากคำอธิบายสั้น ๆ โดยเขียนหน้า ข้อความ และเลย์เอาต์ให้ และให้คุณแก้ไขได้ด้วยการขอให้เปลี่ยนแปลง
- API — API (application programming interface) คือวิธีที่กำหนดไว้ชัดเจนให้ซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งขอข้อมูลหรือให้ทำบางอย่างกับอีกตัวหนึ่ง เช่น “ขอคำสั่งซื้อของลูกค้ารายนี้” หรือ “เรียกเก็บเงินจากบัตรใบนี้”
- authentication — Authentication คือวิธีที่แอปตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ใช้ก่อนอนุญาตให้เข้าใช้งาน เช่น ด้วยรหัสผ่าน รหัสที่ส่งทางอีเมล หรือ “เข้าสู่ระบบด้วย Google”
- backend — Backend คือส่วนเบื้องหลังของแอปที่ผู้ใช้ไม่เคยเห็น ได้แก่ โค้ดฝั่งเซิร์ฟเวอร์ที่บังคับใช้กฎ เชื่อมต่อฐานข้อมูล เก็บความลับ และเชื่อมกับบริการอื่น ๆ
- Capacitor — Capacitor คือเครื่องมือโอเพนซอร์สที่ห่อเว็บแอปให้เป็นแอปบน Android และ iPhone เพื่อให้โค้ดชุดเดียวกันติดตั้งจากแอปสโตร์ได้ และใช้ฟีเจอร์ของโทรศัพท์ เช่น กล้องและการแจ้งเตือนได้
- client portal — Client portal คือพื้นที่ส่วนตัวที่ต้องล็อกอินบนเว็บไซต์ ซึ่งธุรกิจใช้แชร์สิ่งต่าง ๆ กับลูกค้าแต่ละราย เช่น ไฟล์ ความคืบหน้าของโปรเจกต์ ใบแจ้งหนี้ และข้อความ
- custom domain — Custom domain คือที่อยู่เว็บของคุณเอง เช่น yourbusiness.com ที่ใช้กับเว็บไซต์หรือแอปแทนที่อยู่เริ่มต้นที่แพลตฟอร์มให้มา
- database — Database คือที่เก็บข้อมูลที่จัดระเบียบไว้ ซึ่งแอปบันทึก ค้นหา และอัปเดตได้ เช่น ข้อมูลลูกค้า การจอง คำสั่งซื้อ หรือข้อความ
- deployment — Deployment คือขั้นตอนนำแอปเวอร์ชันหนึ่งขึ้นบนเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้ผู้ใช้จริงเข้าถึงได้ ทุกครั้งที่คุณแก้ไขแอปและเผยแพร่อีกครั้ง คุณกำลัง deploy เวอร์ชันใหม่
- DNS — DNS (ระบบชื่อโดเมน) คือสมุดรายชื่อของอินเทอร์เน็ต มันแปลงชื่อที่คนจำได้ เช่น example.com ไปเป็นที่อยู่ตัวเลขของเซิร์ฟเวอร์ที่ควรตอบกลับ
- environment variables และ secrets — Environment variables คือการตั้งค่าที่แอปอ่านจากที่ที่มันทำงานแทนที่จะอ่านจากโค้ด เช่น ที่อยู่ของฐานข้อมูล ส่วน secrets คือค่าที่ละเอียดอ่อนอย่าง API key และรหัสผ่าน ซึ่งต้องไม่แสดงให้ผู้ใช้เห็นหรือ commit ลงในโค้ด
- frontend — Frontend คือส่วนของแอปที่ผู้คนเห็นและโต้ตอบด้วย ได้แก่ หน้า ปุ่ม ฟอร์ม ข้อความ และเลย์เอาต์ ซึ่งทำงานในเว็บเบราว์เซอร์หรือบนโทรศัพท์
- full-stack — Full-stack หมายถึงทุกชั้นของแอปพลิเคชันรวมกัน ได้แก่ frontend ที่คนเห็นและคลิก backend ที่รันตรรกะ และฐานข้อมูลที่เก็บข้อมูล
- hosting — Hosting คือการรันเว็บไซต์หรือแอปบนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เพื่อให้ใครก็เปิดดูได้ที่ที่อยู่เว็บ
- internal tool — Internal tool คือซอฟต์แวร์ที่บริษัททำให้ทีมของตัวเองใช้ แทนที่จะทำให้ลูกค้า เช่น แผงควบคุมแอดมิน ขั้นตอนอนุมัติ ระบบติดตามสินค้าคงคลัง หรือแดชบอร์ดของทีมซัพพอร์ต
- LLM — LLM (โมเดลภาษาขนาดใหญ่) คือโมเดล AI ที่ฝึกจากข้อความจำนวนมหาศาล เพื่อให้เข้าใจและเขียนภาษา รวมถึงโค้ดได้ Claude, GPT และ Gemini เป็น LLM ทั้งหมด
- low-code — Low-code คือวิธีสร้างซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ด้วยเครื่องมือภาพและคอมโพเนนต์สำเร็จรูป ขณะที่ยังให้นักพัฒนาเพิ่มโค้ดสำหรับส่วนที่เครื่องมือทำไม่ได้
- MCP — MCP (Model Context Protocol) คือมาตรฐานเปิดที่ให้ผู้ช่วย AI เช่น Claude, ChatGPT หรือ Cursor เชื่อมต่อกับเครื่องมือและข้อมูลภายนอก เพื่อค้นหาข้อมูลและลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ได้ ไม่ใช่แค่แชตอย่างเดียว
- MVP — MVP (ผลิตภัณฑ์ขั้นต่ำที่ใช้งานได้) คือเวอร์ชันที่เล็กที่สุดของผลิตภัณฑ์ที่คนจริงใช้ได้ สร้างขึ้นเพื่อเรียนรู้ว่าไอเดียแก้ปัญหาจริงหรือไม่ ก่อนลงทุนเพิ่ม
- native app — Native app คือแอปที่สร้างขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น iOS หรือ Android โดยใช้ภาษาและคอมโพเนนต์ของแพลตฟอร์มนั้น และติดตั้งจากแอปสโตร์ของมัน
- no-code — No-code คือวิธีสร้างแอป เว็บไซต์ และระบบอัตโนมัติด้วยเครื่องมือภาพ เช่น ตัวแก้ไขแบบลากวางและแผงการตั้งค่า แทนการเขียนโค้ดโปรแกรม
- Postgres — Postgres หรือ PostgreSQL คือ relational database โอเพนซอร์สฟรี เก็บข้อมูลของแอปในตาราง สืบค้นด้วย SQL และถูกใช้ตั้งแต่โปรเจกต์ส่วนตัวไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่มาก
- prompt engineering — Prompt engineering คือการเขียนคำสั่งให้โมเดล AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้และมีประโยชน์ โดยระบุเป้าหมาย บริบท ข้อจำกัด และรูปแบบที่ต้องการให้ชัดเจน
- prompt-to-app — Prompt-to-app คือวิธีสร้างซอฟต์แวร์ที่คุณอธิบายแอปที่ต้องการด้วยภาษาธรรมดา แล้วเครื่องมือ AI แปลงคำอธิบายนั้นเป็นแอปที่ใช้งานได้ พร้อมหน้าจอ ข้อมูล และตรรกะ
- PWA — PWA (progressive web app) คือเว็บไซต์ที่สร้างให้ติดตั้งบนโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์และใช้งานเหมือนแอปได้ โดยมีไอคอน เปิดแบบเต็มจอ และทำงานได้บางส่วนแม้ออฟไลน์
- row-level security — Row-level security (RLS) คือฟีเจอร์ฐานข้อมูลที่ตัดสินทีละแถวว่าผู้ใช้แต่ละคนอ่านหรือแก้ไขระเบียนใดได้ เช่น ลูกค้าเห็นเฉพาะคำสั่งซื้อของตัวเอง แม้แอปจะขอข้อมูลมากกว่านั้น
- RTL — RTL (จากขวาไปซ้าย) หมายถึงภาษาที่เขียนจากขวาไปซ้าย เช่น อาหรับ ฮีบรู เปอร์เซีย และอูรดู และวิธีที่แอปและเว็บไซต์กลับเลย์เอาต์ให้เหมาะกับภาษาเหล่านั้น
- SaaS — SaaS (ซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ) คือซอฟต์แวร์ที่คุณใช้ผ่านอินเทอร์เน็ตและมักจ่ายเป็นสมาชิก แทนการซื้อและติดตั้งลงคอมพิวเตอร์ของตัวเอง
- SSL — SSL หรือที่เรียกให้ถูกต้องว่า TLS คือการเข้ารหัสที่ปกป้องการสื่อสารระหว่างเบราว์เซอร์กับเว็บไซต์ เว็บไซต์ที่มีใบรับรองถูกต้องจะโหลดผ่าน HTTPS และแสดงไอคอนแม่กุญแจ
- TestFlight — TestFlight คือบริการของ Apple สำหรับส่งเวอร์ชันทดสอบของแอป iPhone หรือ iPad ให้ผู้ทดสอบก่อนขึ้น App Store ผู้ทดสอบติดตั้งแอป TestFlight และรับ build ของคุณผ่านแอปนั้น
- text-to-app — Text-to-app หมายถึงการเปลี่ยนคำอธิบายที่เขียนให้เป็นแอปที่ใช้งานได้ด้วย AI เป็นอีกชื่อหนึ่งของ prompt-to-app โดยข้อความคือคำสั่ง และแอปคือผลลัพธ์
- vibe coding — Vibe coding คือการสร้างซอฟต์แวร์โดยบอก AI ว่าต้องการอะไร ทดลองใช้ผลลัพธ์ และขอให้เปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องอ่านหรือเขียนโค้ดส่วนใหญ่ด้วยตัวคุณเอง
Mythex · Pricing · สร้างอะไรก็ได้ด้วย AI · เทมเพลตเว็บไซต์และแอป · เปรียบเทียบ Mythex · เครื่องมือฟรีสำหรับสร้างแอปด้วย AI · English